COVID

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา COVID-19

จากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย มีการเพิ่มมากขึ้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 จนมาถึงระดับ 5,000 คนต่อวัน  และมีผู้เสียชีวิตถึงวันละ 50 คน  จนถึงมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2564 คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ 6/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด  ทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการระบาดและการติดเชื้อ แม้ว่ามีการฉีดวัคซีนแล้วจะยังเป็นอันตรายหรือไม่  รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ รวมถึงเรื่องการสื่อสารที่ควรจะเป็นเช่นไร  แต่บทความนี้จะไม่ขอพาดพิงเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ  แต่จะขอช่วยให้คลายความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคในระดับหนึ่ง


หากเป็นการระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนเท่านี้ ในเดือนมิถุนายน 2563 ก็จะเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างมากสำหรับคนไทย  แต่สำหรับปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก  คือ
เรามียาที่ใช้รักษาไวรัส Corona ได้หลายชนิด ตั้งแต่ favipiravir ซึ่งใช้ไนการรักษาในประเทศไทยมานาน  ค่อนข้างได้ผลค่อนข้างดี  นอกจากนี้ยังมียา Remdesivir ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาท่านประธานาธิบดีทรัมป์  ร่วมกับการใช้ยา monoclonal antibody ซึ่งเป็นสารโปรตีนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส  ซึ่งทำให้ฟื้นตัวได้ดีใน 3 วัน  ร่วมกับการใช้ยากลุ่ม corticosteroid ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 


และยังมีการพัฒนา molnupiravir ซึ่งเป็นยาใช้รับประทานโดยให้ทาน 5 วัน  แม้ว่าจะมีการทดลองทางคลินิกขั้น 1 และ 2 แล้ว  และมีปัญหาบ้างในระยะที่ 3 ซึ่งเคยเป็นยาที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่  ที่ทำให้เกิดการขยายตัวที่ผิดพลาดของไวรัส  และเคยถูกห้ามใช้  แต่ยังมีการพัฒนาและตรวจสอบยานี้กับ COVID-19 ต่อไป
การใช้ยา ivermectin ที่มีการใช้แล้วในสหรัฐอเมริกาในการรักษาพยาธิในสัตว์  โดยยานี้ไม่ใช้ยาจัดการเชื้อไวรัส  ซึ่งคงจะต้องรอการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา  เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ในการนำมาใช้รักษา COVID-19 และมีการนำมาใช้เพื่อการรักษาและป้องกัน COVID-19 ในอินเดีย  โดยมีการใช้ในบุคลากรทางการแพทย์ ช่วงเดือนกันยายน ถึงตุลาคม 186 ราย  โดยพบว่าการให้ทาน 2 ครั้ง 300 microgram/kg เว้นระยะ 72 ชั่วโมงจะช่วยลดปริมาณเชื้อได้ 73 %


นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในประเทศไทยเกี่ยวกับสมุนไพรอีกหลายชนิด  โดยเฉพาะ ฟ้าทะลายโจร ที่พบสารสำคัญ คือ andrographolide โดยมีขนาดในการรับประทาน คือ 4 เม็ด วันละ 4 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน  และยังพบว่าสารนี้มีมากในใบของฟ้าทะลายโจร  ช่วยลดปริมาณของเชื้อในร่างกายได้อย่างมาก  และยังมีอีกหลายชนิดที่อยู่ในระหว่างการทดลอง เช่น ขิง ที่มีสาร gingerol และ zingerone ที่ยับยั้งการเพิ่มของไวรัส  กระชายขาว มีสาร chavicinic acid ที่ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคได้มากมายหลายชนิด  รวมทั้ง Panduratin A และ Pinostrobin ที่ยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสในสัตว์ทดลอง


การพัฒนาวัคซีน ที่ช่วยให้การระบาดของโรคนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว  ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อินเดีย ฯ แม้ว่าจะมีการพัฒนาของเชื้อไวรัสที่คาดว่ามีการเปลี่ยนแปลงตนเองที่พร้อมจะทนต่อวัคซีน หรือยามากขึ้น  แต่ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ที่เคยดื้อต่อวัคซีนเดิม  รวมถึงการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชากรหมู่มาก  เพื่อก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่  แม้ว่าการฉีดวัคซีนอาจจะได้ผลไม่เต็มที่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ฉีด  และยังพร้อมที่จะฉีดเพื่อช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อีก  ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนจากเชื้อตาย  หรือจากการใช้เทคนิค mRNA ซึ่งช่วยลดต้นทุนและพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว  การจะฉีดวัคซีนอะไรก็ดีกับพวกเราทั้งนั้น  โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เสี่ยง ได้แก่ คนที่ป่วยเป็นโรค  ผู้สูงอายุ    และคนที่จำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ  มิฉะนั้นประเทศเหล่านั้นก็จะไม่ให้คุณเข้าไป  หรืออาจจะต้องถูกกักตัวยาวนานถึง 14 วัน


การระมัดระวังของคนในสังคม  ด้วยการระมัดระวังและเข้าใจถึงการดูและความสะอาดส่วนตัว  ด้วยการล้างมือ และการมีระยะห่างระหว่างบุคคลในสังคม  รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ของหลายประเทศที่ควบคุมการชุมนุมของคน และช่วยระงับการแพร่กระจายของโรค
และที่สำคัญ  หากศึกษาการระบาดของโรคที่เกี่ยวข้องกับไวรัส  โดยมากจะหยุดหรือชะลอการระบาดของเชื้อนี้ได้อย่างมากหลังจาก 2 ปี  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีน  หรือการฉีดวัคซีนจำนวนมากแก่ประชาชน  นั่นหมายความว่า การระบาดของโรคนี้เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 และในเดือนมิถุนายนนี้  ก็เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี  6 เดือนแล้ว  เรามีวัคซีนแล้ว  การฉีดกระจายของวัคซีนเริ่มครอบคลุมมากขึ้นแล้ว  รวมถึงการมียารักษาแล้ว  โอกาสที่เราจะควบคุมโรคได้ย่อมมี  หากเราร่วมมือร่วมใจในการดูแลสุขภาวะที่ดีของตนเอง  ด้วยการออกกำลังกาย  ทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ  หลีกเลี่ยงไปในที่ชุมชน และล้างมือบ่อย ๆ  รวมถึงการฉีดวัคซีนเพื่อช่วยประเทศ  ทำให้ประเทศสามารถกลับมาเป็นปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

433 1

บทความที่เกี่ยวข้อง