Mental Healthcare

ทำอย่างไรเมื่อหมดกำลังใจ

เราเผชิญหน้ากับความเครียดทางความคิดทางการเมืองในประเทศที่เห็นต่างมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี  ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยมากว่า 5 ปี  และการเผชิญกับภาวะโรคระบาดจากโคโรนาไวรัส ที่คร่าชีวิตคนไทยไปกว่า 500 คน และยังทำให้คนติดเชื้อกว่า 100,000 ราย  รวมถึงสภาวะที่ต้องเกือบหยุดกิจการต่าง ๆ และทำให้ขาดรายได้ที่จะมาเลี้ยงชีพ  ซึ่งย่อมนำมาซึ่งสภาวะที่เรียกว่า เหนื่อยเกินไป  ผิดหวังซ้ำ ๆ หรือหมดไฟในตัวเอง หรีอที่เรียกว่าหมดกำลังใจ  แต่อย่าพึ่งถึงกับคิดสั้นทำร้ายตนเอง  เราลองมาหาแนวทางสร้างแรงใจใหม่กันอีกครั้ง  โดย

1) หยุดพัก  ไม่ว่าจะเหนื่อยกาย หรือเหนื่อยใจ  ลองหยุดพักสักนิด  ถอยออกมาจากปัญหา  หายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อให้สมองได้รับออกซิเจน  เพื่อเราจะได้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง  แล้วมานั่งมองดูต้นไม้  ท้องฟ้า  และสรรพสัตว์รอบตัวเราสักนิด  เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว  มีการพูดถึงต้นชมพู่มะเหมี่ยว ที่ผ่านพายุแล้วยังยืนต้นได้  แม้ทุเรียนจำนวนมากได้ล้มเสียหายไปหมด  ทำให้คุณลุงในเรื่องคิดได้ว่า  แม้ต้นไม้ยังพยายามยืนสู้ชีวิตเลย  แล้วเราจะไม่ลองดูหรือ  และจากวันนั้น ก็ทำให้คุณลุงมีวันนี้ที่มีสวนทุเรียนขนาดใหญ่ และกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

2) ลองมองหาสิ่งที่ดี ๆ ในสถานการณ์ต่าง ๆ  เพราะ ในทุกสิ่งที่เป็นเรื่องเลวร้าย  มักจะมีเรื่องดี ๆ แฝงอยู่  หรือเมื่อประตูใดปิด  ก็ลองพยายามเปิดประตูนั้นก่อน แต่ถ้าเปิดไม่ได้ ก็ลองมองหาประตูถัดไป หรือถ้าไม่มี ก็มองหาหน้าต่าง ที่เราจะออกจากห้องนั้นไปได้  และหากไม่มีก็ลองกลับมามองดูว่าในห้องนั้นมีอะไรให้เราใช้ประโยชน์ได้บ้างไหม  เราอาจจะได้ใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์  หรือแม้แต่การทบทวนชีวิตของเราเอง  เพื่อที่ว่าเมื่อมีคนมาเปิดประตู  เราจะได้ออกไปทำในสิ่งที่ดีและมีคุณค่าให้กับตัวเราเอง

3) ปล่อยวางในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น  หากเราได้ทำในสิ่งเหล่านั้นอย่างเต็มที่ และดีที่สุดตามสถานการณ์นั้น ๆ แล้ว  ไม่ควรที่จะโทษตนเอง  ไม่ควรโทษคนอื่น  เพราะหลายสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ก็ยังมีอยู่  เหมือนคำพระที่ว่า อุเบกขา  นั่นคือ การพยายามช่วยอย่างเต็มที่แล้ว  หากไม่ได้ผล ก็ต้องวางอุเบกขา  แต่ไม่ใช่ไม่ได้พยายามทำอะไรเลย แล้วก็อุเบกขาอยู่ร่ำไป

4) ทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิต  จะทำให้เราเติบโตและเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ  คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนไม่ใช่คนที่ไม่เคยเผชิญกับปัญหา  แต่ต่างกันที่วิธีคิดและเข้าหาปัญหาเหล่านั้น  ไม่มีใครที่ไม่เคยท้อแท้  แต่อย่าให้มันนานเกิน  เราต้องพร้อมที่จะก้าวข้ามไปข้างหน้า  ล้มเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต  แต่ก็ควรที่จะลุกเท่ากับจำนวนครั้งที่ล้ม  เราอาจจะนอนได้เมื่อล้ม  แต่ไม่ใช่นอนตลอดไป  หากเราไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อน  เราก็จะไม่รู้เลยว่าอะไรที่ถูกต้อง  และเมื่อเราเป็นพ่อแม่คน  เราก็มีเรื่องที่ลูกสามารถมาปรึกษาเราได้  ดีกว่าเราไม่มีอะไรให้เขาปรึกษาได้เลย  แต่ไม่ควรเสี่ยงในปัญหาที่ถึงกับทำให้เราเสียชีวิต

5) ไม่ควรกลัวที่จะล้มเหลว  แต่ควรกลัวการล้มเลิกก่อนที่จะดำเนินการ  ความกลัวเป็นอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวเดินไปข้างหน้า  บ่อยครั้งเรากลัวว่างานที่ทำจะไม่สมบูรณ์แบบ  ไม่เป็นที่พอใจ  แต่ถ้าเราไม่ทำงานนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ  การเริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเอง  สิ่งง่าย ๆ คือ การทำความสำเร็จให้เกิดขึ้นในชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ สม่ำเสมอ  หรือการทำให้ตัวเรายิ่งใหญ่ขึ้น  ด้วยการนอนแล้วกางแขนกางขาออกไป  อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น  เราต้องไม่เผชิญหน้าด้วยความกลัว  แต่เราต้องไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ

6) การตั้งเป้าหมายให้ไกล และไปให้ถึงเป็นสิ่งที่ดี  แต่หลายครั้งเป้าหมายที่ไกลเกินไป  ควรจะมีเป้าหมายระยะสั้น  เพื่อเป็นรางวัลเมื่อเราก้าวไปถึงเป็นระยะ ๆ เป็นการสร้างความภูมิใจแห่งการทำสำเร็จบ้าง  แต่ขณะเดียวกันก็แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเองระหว่างทางไปตลอด  เพื่อทำให้เรามีชีวิตที่ดี มีคุณค่าแก่ตัวเราเองมากขึ้น

7) อ่านประวัติผู้ประสบความสำเร็จให้มาก  อยากเป็นแบบไหน  เอาตัวไปใกล้คนแบบนั้น  การจะประสบความสำเร็จต้องเรียนรู้วิธีคิด วิธีการลงมือทำของคนที่ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน  และวิถีชีวิตของคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้นไม่เหมือนกัน  ซึ่งทุกคนต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมาแล้วทั้งนั้น  การอ่านเรื่องเหล่านี้ นอกจากเป็นกำลังใจให้เราก้าวผ่านอุปสรรค และยังมองเห็นช่องทางการพัฒนาตนเอง และกระบวนคิด

8) ปรึกษาคนที่ประสบความสำเร็จ  การได้พูดคุยกับคนแบบนั้นของเรา  จะช่วยให้เราได้รับกำลังใจอย่างมหาศาล  นอกเหนือจากการไปปรึกษาโดยตรง  โลกในวันนี้เราอาจจะหาข้อความเหล่านี้ได้จาก Internet ไม่ว่าจะเป็น podcast, youtube ฯ ก็อาจจะช่วยให้เราเห็นแนวทางของคนที่ประสบความสำเร็จได้
นอกจากนี้แล้ว  การป้องกันไม่ให้เราหล่นไปอยู่ในสภาวะหมดกำลังใจ คือ

การเป็นเพื่อนที่ดีของตัวเราเอง  ด้วยการที่เรามีความภาคภูมิใจในตนเองบ้าง  การนับถือตนเอง  แม้ความสำเร็จที่เรามีนั้นอาจจะเป็นสิ่งเล็กน้อยในสายตาเรา  แต่อาจจะยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น  ความภูมิใจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ แล้วจะทำให้เราก้าวทำในเรื่องที่สำคัญกับชีวิตเราได้มากขึ้น  รวมถึงการรู้จักปลอบและให้กำลังใจตนเองบ้าง  หลายครั้งที่เราคอยให้คำปรึกษากับเพี่อนที่ต้องการกำลังใจ  ทำไมเราไม่มาทำกับตัวเราเองบ้างเวลาที่เราต้องการกำลังใจ เช่น บอกกับตนเองว่า  ฉันรู้ว่ามันยาก  แต่เราจะต้องทำได้ และผ่านมันไปได้ในที่สุด

 
การหางานอดิเรกทำ  ไม่ว่างานอะไรที่เราชอบ ลองกลับมาทำมันอีกครั้ง  เช่น การนอนฟังเพลง  การอ่านหนังสีอ  การออกกำลังกาย  ปลูกต้นไม้  แม้แต่การจดบันทึกเรื่องราวในชีวิต  เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เราได้ออกจากพื้นที่บางส่วน แล้วไปอยู่ในโลกที่เรารู้สึกสงบ และมีความสุข  เป็นการเติมพลังใจและเพิ่มความกระตือรือร้นในชีวิต  และทำให้เรารอเวลาจะกลับเข้าไปอยู่ในโลกนั้นอีกครั้ง  แม้แต่การบันทึกเรื่องราวของตนเอง เป็นการระบายความรู้สึกต่าง ๆ ทำให้เราได้ผ่อนคลายในช่วงนั้น  รวมถึงทำให้เราทราบถึงการเติบโตของตัวเราเอง  ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย  เพื่อให้เราได้เรียนรู้และนำมาปรับปรุงตัวเราเองต่อไป  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเราเอง และคนรอบข้าง


จดบันทึก คำพูด หรือ ข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกดี และมีพลังขึ้นมาใหม่  คำพูดดี ๆ จาก facebook, blog, Instagram หนังสือ ฯ จะช่วยให้เรามีความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาใหม่  การได้รับคำพูดดี ๆ ที่เป็นพลังบวก  และการออกจากการหมกมุ่นในเรื่องลบ ๆ ก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น  และพึงระลึกเสมอว่า  อย่ายอมให้ใครก็ตามมาขโมยความสุขของเราไป

การให้กำลังใจตนเองเป็นสิ่งสำคัญของการยอมรับตนอง และเป็นแรงจูงใจที่จะทำให้เรามีพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป  หวังว่า ผู้อ่านคงหาแนวทางของตนเองได้ 

402 0

บทความที่เกี่ยวข้อง

1 Comments

  • Image placeholder

    นพ.ทดสอบ ดูแลสุขภาพ

    19/04/2023 10:14

    ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ

    Reply