Mental Healthcare

เมื่อคนใกล้ชิดซึมเศร้า

จากสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ที่ติดต่อกันมาเกือบ 2 ปี  อันก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และรายได้ของคนไทยจำนวนมาก  โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้  จะเป็นช่วงที่มีการติดเชื้อกว่า 10,000 คนต่อวัน และคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจะบางวันเกินกว่า 300 คน  และอาการซึมเศร้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 
คนที่ซึมเศร้า เหมือนคนที่ยื่นมือไปข้างหน้า ควานหาความมืดอีกครั้ง  แสงจากหิ่งห้อยยังวาว ๆ เกินกว่าจะคว้ามาได้  แต่สิ่งที่คว้ามาได้เป็นเพียงความว่างเปล่า  เหมือนกับการคว้าคนที่จากไปจากเรา  ความสวยงามต่าง ๆ ยังอยู่ในใจเรา แต่เราไม่สามารถเก็บรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้  บางครั้งสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตก็เหมีอนจะมีความหวังขึ้นมาอีก แต่แล้วก็พังทลาย  แต่แล้วเขาก็จะผ่านมันไปได้  แต่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา


คนที่ซึมเศร้า  อาจจะมีบาดแผลในใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา  และบาดแผลนี้อาจจะปะทุออกมาได้  หากได้ฟังเพลงบางเพลงที่มีผลกระทบอย่างมาก เช่น Norwegian Wood ของ Beatle ที่กล่าวถึงในหนังสือ Norwegian Wood ของ Haruki Murakami  และความรู้สึกของการเป็นที่นี่คือโลกที่เราเห็นในปัจจุบัน และที่อื่นที่เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของความตาย  ความตายไม่ใช่ภาคตรงข้ามของชีวิต  แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต  ที่เราต้องเผชิญกับความสูญเสีย
คนที่มีโอกาสจะซึมเศร้าโดยมากพวกเขามักจะเป็นคนที่ตอบสนองต่อสิ่งภายนอกได้ดีและเร็วกว่าคนปกติ  หรืออาจจะเรียกได้ว่า sensitive ทำให้พวกเขาเจ็บง่ายกว่าคนปกติ  และทำให้พวกเขาดูเหมือนเป็นคนที่เยอะ  หลายคนอาจจะมองว่าเป็นพรสวรรค์ที่เข้าใจเรื่องต่าง ๆ ทางอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง  แต่มันก็เป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด  ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกปรารถนาในสิ่งเหล่านี้ในบางที


สิ่งที่เราพอจะสังเกตเห็นได้  เมื่อคนใกล้ชิดซึมเศร้า  ซึ่งโดยทั่วไปอาจจะเห็นเพียงเขาหรือเธอนั่งนิ่ง ๆ  นอกจากนี้เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมค่อนข้างมาก เช่น เหนื่อยล้า ขาดแรงจูงใจ คิดว่าเขากำลังจะตาย หรือเขากำลังจะเป็นบ้า ติดอยู่ในกับดัก  นอกนั้นอาจจะพบอาการภายนอกบ้าง เช่น เบื่ออาหาร หงุดหงิดง่าย ร้องไห้บ่อย เก็บตัวกะทันหัน เคลื่อนไหวช้า และโดยมากจะคิดว่าไม่มีวันหายเป็นปกติได้


และเมื่อพวกเขาได้ไปพบแพทย์  หรือได้รับยามาแล้วนั้น  อาการต่าง ๆ จะไม่ได้ดีขึ้นในทันทีหลังรับยา เหมือนกับไข้หวัด แต่ต้องใช้เวลาในการปรับยาอย่างน้อยเป็นอาทิตย์ กว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นจนเห็นได้  โปรดอย่าคาดหวังว่าเขาจะกลับมาสดชื่นทันที  ยาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยพวกเขา  แต่บรรยากาศรอบด้าน และคนใกล้ชิดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพวกเขามากกว่ายา  การลดสิ่งตกกระทบ  ในภาวะปัจจุบัน การลดฟังข่าว ลดการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค และการเสียชีวิตก็จะช่วยได้บ้าง
สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือ

เพียงให้รู้ว่าเราอยู่ตรงนั้น  ไม่ตัดสิน  ไม่กดดัน  ไม่ต้องแนะนำ แค่รับฟังก็พอ ไม่ต้องเชียร์อัพ หรือเสนอแนะอะไร  ส่วนการที่จะไปพบหมอนั้นเขาอาจจะให้เราช่วยพาไปบ้างเมื่อเขาต้องการ  และที่สำคัญ พวกเขาซาบซึ้งในการที่เราอยู่ตรงนั้นกับพวกเขา  แม้ว่าการแสดงออกหลายสิ่งเหมือนไม่ต้องการเรา  พวกเขามักคิดว่าตนเองเป็นภาระของคนรอบข้างอยู่แล้ว  การให้พวกเขาได้ระบายความรู้สึกในใจ  จึงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับพวกเขาที่จะรู้สึกปลอดภัย ไม่ถูกตัดสิน  ไม่ถูกกดดัน  การฟังที่ดีจะช่วยให้คนใกล้ชิดเข้าใจพวกเขามากขึ้น


ต้องการให้เรายอมรับว่า  การซึมเศร้านั้นเป็นเพียงอาการที่มีมาแล้วก็วันหนึ่งก็จะหายไป  เฉกเช่นเดียวกับหวัด  ซึ่งมีในคนทั่วไป  และไม่ได้อยู่กับพวกเขาตลอดไป หรือเป็นตัวตนของเขา  จึงไม่จงเป็นต้องแปะป้ายที่ตัวพวกเขาว่าเป็นซึมเศร้า  แต่แน่นอนมีบางวันที่เขาจะรู้สึกร่วงหล่น  มันเหมือนไม่มีอนาคต หรืออยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิดจนหาทางออกไม่เจอ  แต่เมื่อพวกเขาผ่านออกไปได้จะพบว่า ช่วงนั้นมันแย่จริง ๆ แต่มันก็จะหายไป  และเมื่อออกจากตรงจุดที่ร่วงหล่น สิ่งที่รู้สึกตอนนั้น มันไม่เป็นความจริง


ต้องการให้ยอมรับเขา เฉกเช่นกับคนอื่น  ที่มีวันที่ดี และวันที่ไม่ดีเป็นปกติ  แต่เขาอาจจะ sensitive มากหน่อย  ไม่ใช่ว่าเขาจะอ่อนแอ หรือล้มเหลวทางบุคลิกภาพ  ทุกคนก็เคยผ่านประสบการณ์ที่แย่ ๆ เหมือนกัน  หลายคนอาจจะกลบสิ่งเหล่านี้ได้ดีและผ่านไปได้  แต่เขาวันนี้ยังอยู่ในสถานการณ์นี้อยู่  แต่คงอีกไม่นานหรอกที่เขาจะผ่านไปได้เช่นกัน


ต้องการให้ชวนออกมาทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่วมกัน เช่น เล่นกีฬา  การเดินเล่น งานศิลปะ ฯ การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ดีมากสำหรับคนที่ซึมเศร้าร่วมกับวิตกกังวล เพราะอาการของการที่หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่ทัน มันคล้ายกับการวิตกกังวลที่ร่วมกับซึมเศร้า  แต่การย้ายอาการเหล่านี้มาเป็นเหตุผลจากการวิ่ง  ทำให้เข้าใจและแทนอาการเหล่านั้น  และย้ายความคิดโทษตนเอง เป็นสิ่งที่เกิดจากการได้วิ่ง


ลองถามสิ่งที่ชอบ หลังจากที่คิดว่าไม่อาจจะชอบอะไรได้อีก  หรือหาเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของเขา  เมื่อพวกเขามีอาการดีขึ้น  อาจจะเป็นคนที่รัก  สุนัขหรือแมวที่ต้องดูแล  หนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน  ต้นไม้ที่ต้องดูแล  การชมพระอาทิตย์ขึ้น  เบียร์เย็น ๆ กับเพลงที่ยังฟังไม่จบ ฯ 


สิ่งที่ควรจะพูดกับพวกเขา  เช่น  เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ  เธอสำคัญสำหรับฉันเสมอ  ฉันอาจจะไม่เข้าใจเธอ แต่ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เธอนะ  ฉันรักเธอ อดทนไว้นะ  หรือ เราออกไปเดินเล่นกันไหม  คำพูดเหล่านี้ เป็นการแสดงให้รู้ว่าเรายังอยู่กับเขา  และเป็นกำลังใจให้


สิ่งที่โปรดอย่าทำกับเขาหรือเธอ  คือ การตีตัวออกห่าง  เพราะเขาไม่มีที่พึ่งพิงอยู่แล้ว และรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของคนใกล้ชิด  อาจจะทำให้เกิดความคิดที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป  และเมื่อพวกเขาพูดถึงความตาย  ไม่ควรห้ามพวกเขาพูด หรือทำเป็นไม่ได้ยิน  เพียงแค่รับฟัง  เพราะพวกเขาเองก็ไม่ได้อยากตาย  และอาจจะกลัวความตายด้วยซ้ำไป  แต่พวกเขาไม่อยากจะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้เท่านั้น  การฟังจะช่วยพาเขาออกมาจากสถานการณ์นั้นได้


การพูดว่า อย่าคิดมากเลย  สู้ ๆ นะ  ไม่อยากรู้สึกแบบนี้ก็ต้องเลิกคิด  ทำไมยังไม่หายอีก  เข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไร ฉันก็เคยเป็น  เป็นเพียงแค่คำพูดเท่านั้น  ไม่สามารถเข้ามาอยู่ในใจหรือรับรู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพวกเขาได้  และยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่เข้าใจ และปล่อยให้พวกเขาสู้เพียงลำพัง

801 1

บทความที่เกี่ยวข้อง