Sharing

แนวคิดลดซึมเศร้าช่วงโควิด

อาการซึมเศร้าเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์  และความรู้สึก ที่ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นได้  โดยเฉพาะในช่วงที่เราเผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 2 ปี  จากปัญหาทางสุขภาพ และเศรษฐกิจ  แต่หากเป็นสภาวะของโรคซึมเศร้า จะเป็นผลจากสารสื่อประสาทในสมองมีการปรับตัวผิดปกติ  ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องใช้ยาเพื่อช่วยให้สารสื่อประสาททำงานได้ดีขึ้น 


ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า  กลุ่มคนที่มีอาการซึมเศร้า  มักจะไม่ค่อยเห็นคุณค่าของตนเอง  หรือมักจะด้อยค่าตนเอง 

ดังนั้นเมื่อใครสักคนในครอบครัว  หรือตัวเราติดโรคโควิด  จึงไม่ควรที่จะมุ่งไปหาสาเหตุ  ว่าทำไมถึงติด  เพราะการมุ่งไปสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราเครียด  และอาจจะเป็นปัญหามากขึ้น  สำหรับคนที่เป็นต้นเหตุ  เพราะตัวเขาเองก็มีความเครียดในจิตใจอยู่แล้ว  แต่ควรจะมุ่งหาทางจัดการกับตนเอง  เพื่อจะช่วยให้ตนเองมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น  ด้วยการดูแลสุขภาพ  การทานยา  การตรวจร่างกาย  การป้องกันการติดต่อที่อาจจะลามไปสู่คนในครอบครัว  แต่อย่างไรก็ตาม  การป้องกันการติดเชื้อทั้งตนเอง และคนใกล้ชิดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  เพื่อมิให้เราต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ใครสักคนในครอบครัวมีการติดเชื้อ

เมื่อเราเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ  ไม่จำเป็นต้องไปหาสาเหตุอีกเช่นกัน  แต่ควรใช้สรรพกำลังที่เหลือในการที่จะประคองตนเองต่อไปได้อย่างไร  หรือหาแนวทางที่จะหยุดชั่วคราว  หยุดถาวร หรือไปต่อในทางธุรกิจ  และจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง  อาจเริ่มด้วยการประหยัด  การขายสินทรัพย์ที่มีอยู่  การหาแนวทางเพิ่มรายได้ด้วยวิธีใหม่ ๆ  รวมถึงการขอความช่วยเหลือ


การสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ตามแนวคิด Coopersmith เป็นการรับรู้ หรือความเชื่อที่มีต่อตน 4 ด้าน คือ

1. ความสำคัญ โดยการให้ผู้อื่นเห็นความสำคัญของตน  โดยเฉพาะคนที่อยู่ข้างเรา  ถ้าเรามีคนใกล้ชิดที่เห็นความสำคัญ เป็นเรื่องของการให้ความรัก และการได้รับความรัก  เรามักจะรู้สึกดีขึ้นได้เองง่ายขึ้น

2. ความสามารถ เป็นวิธีการพิจารณาถึงความสำคัญโดยการกระทำ  นั่นคือ การค้นหาศักยภาพที่ตนเองมี และสร้างความสำเร็จ เพื่อให้เกิดความภูมิใจกลับมาอีกครั้ง  อาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ  คือการเป็นที่พึ่งพาของสัตว์เลี้ยง  การดูแลต้นไม้เพื่อให้การเติบโตและดอกผล ฯ

3. ความดี เป็นการบรรลุมาตรฐานตามศีลธรรมและจริยธรรม  ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในการอยู่ในสังคม  การดำรงตนพื้นฐานทางจริยธรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็น

4. พลังอำนาจ  เป็นอิทธิพลที่บุคคลมีต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น  นั่นรวมถึง ความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง  ลดการพึ่งพาคนอื่นได้  ดังนั้นจึงหมั่นออกกำลังกาย เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรคภัยต่าง ๆ


เมื่อมีอาการซึมเศร้า  เราอาจจะช่วยให้เราดีขึ้นได้จากปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ตาม Coopersmith ได้แก่

องค์ประกอบเฉพาะบุคคล ได้แก่

ลักษณะทางกายภาพ ก่อให้เกิดการประทับใจในตนเอง อันได้แก่  การดูแลรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดี  รวมถึงการแต่งกาย ก็ช่วยให้เรารู้สึกมีคุณค่าขึ้นมาได้  และจะช่วยลดอาการซึมเศร้าลงไปได้

สมรรถภาพและผลงานได้รับผลสำเร็จตามที่ตนต้องการ  การออกกำลังกาย และทำให้มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีขึ้น  ก็จะช่วยให้จิตใจเราดีขึ้นได้  เพราะกายกับใจ มักจะผูกพันกัน

สภาวะอารมณ์ความรู้สึกรวมถึงชื่นชมตนเอง เห็นคุณค่าตนเอง  เป็นสิ่งที่สำคัญ  แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยสำหรับสายตาของคนอื่น  แต่เราเองก็สามารถชื่นชม และเห็นค่าของตัวเราเองได้

ปัญหาโรคภัยต่าง ๆ  โรคภัยนี้มักทำลายสมรรถภาพของร่างกายและจิตใจเราได้  โดยเฉพาะโรคที่มีลักษณะเรื้อรัง  แต่อีกนั่นแหละคนที่มีโรคภัยก็สามารถมีความสุขได้ 

ค่านิยมส่วนบุคคล  เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะให้ค่ากับตัวเรา  ซึ่งเป็นค่านิยมส่วนบุคคล

เราเองต้องปรารถนาที่จะรู้สึกมีคุณค่า และปรับปรุงตัวเราเองให้เรามีความสุข

วัฒนธรรมทางสังคม  เพศชายจะมีปัญหาเรื่องนี้ค่อนข้างสูง  จากการที่เป็นที่คาดหวังจากสังคมสูงกว่าหญิง  ทำให้พยายามสร้างคุณค่าในตนเองมากกว่า


องค์ประกอบภายนอก ได้แก่

สัมพันธภาพในครอบครัว  ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว  จะช่วยให้เราก้าวผ่านอารมณ์ที่ซึมเศร้าง่ายขึ้น  ด้วยการที่รู้สึกถึงมีคนใกล้ชิดที่เข้าใจ  และพร้อมอยู่เคียงข้าง 

การเปรียบเทียบกับคนอื่น  การเปรียบเทียบบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ช่วยพัฒนาตัวเรา  แต่การเปรียบเทียบมากเกินไปอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ดี และทำร้ายความรู้สึกของตนเองมากเกินไป


สรุปแนวทางรับมือกับอาการซึมเศร้า

1. หาใครสักคนเพื่อพูดคุยยามผิดหวัง เศร้า เสียใจ โกรธ จะช่วยให้รู้สึกโล่งมากขึ้น

 

2. ยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น  ไม่ควรโทษตนเอง  เพราะนำมาซึ่งความรู้สึกผิดในใจ  ยอมรับว่าปัญหามีทางแก้ยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น ยอมรับในข้อดีและข้อเสีย

 
บทเรียนจาก Robin Francis Cavendish ชาวอังกฤษที่เคยเป็นทหาร และไปอยู่ที่เคนยา  ต่อมาเมื่ออายุ 28 ปี เขาได้เป็นโปลิโอ ที่ทำให้เขาเป็นอัมพาตระดับคอในปี 1958 เขาต้องอยู่ด้วยเครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาล  และจะต้องอยู่อย่างนั้นไปตลอด  แต่เขาไม่ยอมแพ้  เขายอมอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 1 ปี หลังจากนั้นเขาออกจากโรงพยาบาล  และพัฒนาเครื่องช่วยหายใจติดตั้งในรถเข็น wheelchair และมีเครื่องช่วยในการพูดขณะใช้เครื่องช่วยหายใจ  รวมถึงการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อให้แรงบันดาลใจกับผู้พิการต่าง ๆ  รวมทั้งพัฒนาเก้าอี้เพื่อให้กับคนพิการเช่นเดียวกับเขากว่า 12 ตัว  และเขาเองเป็นผู้กำเนิด Stoke Mandeville Hospital ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Paralympic เขามีชีวิตอยู่ต่อมาจนอายุ 64 ปี  และยังทิ้งกองทุนช่วยเหลือคนพิการ


3. ออกกำลังกาย  เพิ่มระดับ serotonin ในสมัย และช่วยให้ endorphin หลังออกมามากขึ้น


4. หางานอดิเรกทำ  ทำกิจกรรมช่วยให้ลืมความเครียด
บทเรียนจาก แคลร์เอียแยง เทเลอร์  แอร์โฮสเตส  ที่ประสบปัญหาจากวิกฤต โควิด 19 เธอกลับไปเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่มีอยู่แต่ไม่เคยมองมันอย่างจริงจัง  แต่เมื่อมาทำไร่ชาดอยอินทนนท์ของที่บ้าน  ทำให้เธอมองเห็นความหวัง  จากเดิมที่เป็นนางฟ้าตกสวรรค์  เธอบอกว่า ปีกหัก ก็ต้องเจ็บ  แต่แล้วเมื่อมีความหวัง  ก็รู้สึกว่าเราก็บินได้อีกครั้ง  ปีกเราค่อย ๆ งอกข้นมา  ความหวังจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่เรามีความทุกข์


5. การปรับความคิด  ซึ่งมีทั้ง การค้นหาความคิดอัตโนมัติทางลง และค้นหาทางเลือกของความคิด เช่น การมองโลกแง่ดี  ความพึงพอใจและความสุข  การพูดกับตนเองทางบวก  การเห็นความสำคัญของตนเอง  การจัดการอารมณ์และแก้ไขปัญหา  ความพึงพอใจในชีวิต


6. หัวเราะออกมาบ้าง  ดูหนังตลก ฟังเรื่องขำขัน ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นมาก  ลดความเครียดได้ดี  การพยายามทำอะไรให้มียิ้มขึ้นมาบ้าง  ด้วยการเดินไปที่หน้ากระจก  ทำในสิ่งทีควรทำ คือ ชมคนที่อยู่ตรงหน้า

975 1

บทความที่เกี่ยวข้อง